| by ShirleyMarsh | No comments

อุ๋ย ศรันยา : ผู้ตัดสินสนุกเกอร์หญิงไทยที่ฝันไกลไปถึงครูซิเบิล

      อุ๋ย ศรันยา หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนด้วยซ้ำว่า วงการสนุกเกอร์บ้านเรา มีผู้ตัดสินหญิงลงปฏิบัติหน้าที่ ในการแข่งขันกีฬาสอยคิว

สนุกเกอร์ เป็นกีฬาที่ความผูกพันกับชายไทย มาอย่างยาวนานมากกว่า 40 ปี ตามหลักฐานที่มีการจัดตั้งสมาคมสนุกเกอร์-บิลเลียด แห่งประเทศไทย เมื่อปี ค.ศ.1982 โดย มอริส เคอร์ ชาวอังกฤษ

มีโต๊ะสนุ๊กฯ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด และรายการแข่งขันสมัครเล่นที่เพิ่มขึ้นตามมา ก่อนโด่งดังเป็นพลุแตกในยุคที่ “ไทยทอร์นาโด” ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ไประเบิดฟอร์มสร้างชื่อในเวทีโลกเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว

แต่ถึงกระนั้นด้วยภาพลักษณ์ และข้อกฏหมายที่ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าไปในโต๊ะสนุกเกอร์ จึงทำให้กีฬาสอยคิว ถูกมองว่าเป็นเกมของผู้ใหญ่ เกมของผู้ชาย หากมองย้อนกลับไปสักประมาณ 15-20 ปีที่แล้ว ดูเหมือนไม่มีความเเป็นไปได้เลยว่า เด็กวัยรุ่นผู้หญิง จะหันมาสนใจและเล่นกีฬาชนิดนี้ได้อย่างไร

ด้วยบรรยากาศหลายๆอย่างที่ไม่เอื้อ นั่นจึงทำให้เราแทบไม่เคยเห็น ผู้ตัดสินหญิงไทย ลงปฏิบัติหน้าที่ในเกมสนุกเกอร์ระดับประเทศ

จนมาถึงยุคปัจจุบัน สนุกเกอร์ ในเมืองไทย แม้ยังไม่ผ่าน พรบ.การพนัน พ.ศ.2478 แต่วงการสอยคิวไทย ก็เปิดพื้นที่ให้ “ผู้หญิง” ได้เข้ามามีบทบาทมากว่าในอดีต มีการสนับสนุนนักกีฬาสนุกเกอร์หญิง รวมถึงการเปิดโอกาสให้ สุภาพสตรี ได้เข้ามาอยู่ในกีฬาที่เธอรัก ในบทบาทผู้ตัดสิน

อุ๋ย – ศรันยา สุขทอง คือผู้หญิงคนนั้น จากเด็กสาวที่ชอบทำกิจกรรม เป็นเชียร์ลีดเดอร์ ดรัมเมเยอร์ของโรงเรียน เธอพลิกผันตัวเองมาสู่การทำอาชีพที่ผู้หญิงน้อยคนนัก จะเลือกเป็น ผู้ตัดสินสนุกเกอร์ ได้อย่างไร? ติดตามเรื่องราวของเธอได้ที่นี่

ดรัมเมเยอร์สู่โต๊ะสนุ๊กฯ
ศรันยา มีช่วงชีวิตวัยเด็กและวัยรุ่นที่ไม่ต่างกับเด็กสาวทั่วไป ที่มีใบหน้าสะสวย และการแสดงออก คำพูดคำจาฉะฉาน เธอเป็นดาวเด่นของโรงเรียน และได้เป็นผู้นำกิจกรรมอยู่ตลอด ทั้งการเป็น เชียร์ลีดเดอร์, ดรัมเมเยอร์ ฯ

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เธอชื่นชอบไม่แพ้กัน และอาจดูตรงข้ามกันรูปลักษณ์ภายนอก คือ การได้เล่นกีฬา เธอสามารถเล่นกีฬาแทบทุกประเภท

แม้ไม่ได้มีทักษะโดดเด่น จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาไปแข่งขันระดับประเทศได้ แต่เธอยังคงทำกิจกรรม เรียน และเล่นกีฬา พร้อมๆกันโดยตลอด รวมถึงยังหารายได้เสริม ด้วยการมาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารของเครือญาติ สถานที่ที่ทำให้เธอได้รู้จัก และเริ่มตกหลุมรัก ผืนสักหลาดสีเขียว

ชอบทำกิจกรรมมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่ชอบอยู่เฉยๆ เล่นกีฬาได้หมด แต่อาจไม่ได้เก่งมาก ช่วงเย็นๆหลังจากเลิกเรียน อุ๋ย จะไปทำงานเสริม ช่วยคุณลุงที่เปิดร้านอาหาร คาราโอเกะ จนตอนอุ๋ยอายุ 18 ลุงไปซื้อโต๊ะสนุ๊กฯ มาไว้ที่ร้าน ท่านให้ อุ๋ย ทำหน้าที่คิดเงินคนที่มาเล่น เกมละ 10 บาท”
“นั่นเป็นครั้งแรกที่อุ๋ยได้มาสัมผัสกีฬาสนุกเกอร์ อย่างช่วงเวลาว่าง ไม่มีลูกค้า ไม่มีคนมาเล่นที่โต๊ะ อุ๋ย ก็จะเริ่มหยิบไม้มาฝึกแทงเอง พอได้เล่น ได้อยู่กับมันทุกวัน ก็เกิดความชอบ และมีความตั้งใจว่าอยากเป็น นักกีฬาสนุกเกอร์อาชีพ แบบพี่ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ที่เราเห็นในทีวี”

ศรันยา ไม่มีปัญหาในเรื่องของการฝึกหัดเล่นสนุกเกอร์ ตามอายุของเธอที่ผ่านตามกฏหมาย หรือการที่ต้องเจอคู่แข่งที่เป็นผู้ชายทั้งหมด เธอก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปัญหา แต่ส่วนที่ปัญหาจริงๆของเธอ กลับเป็นเรื่องของเพศ ที่ในเวลานั้น ยังไม่ได้เปิดรับ และสนับสนุนให้ ผู้หญิง เล่นกีฬาชนิดนี้มากนัก

สุดท้าย  ศรันยา จำเป็นต้องละทิ้งความฝันในกีฬาสอยคิว กลับไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง…“สมัยที่อุ๋ยหัดเล่นกับสมัยนี้แตกต่างกันมาก ที่เปิดกว้างให้เด็กผู้หญิงมากขึ้น อย่างในตอนนั้น Ui ฝึกเล่นด้วยตัวเอง เล่นเพราะเรารักกีฬาชนิดนี้ ไม่มีโค้ช ไม่มีครู ไม่มีอคาเดมีแบบเด็กยุคนี้”

“อาจจะเป็นที่ อุ๋ย เป็นผู้หญิงหรือเปล่า? ทำให้ไม่ค่อยมีใครผลักดันตรงนี้เท่าไหร่ มันมีหลายๆปัจจัยไม่ได้เอื้อให้เราเป็นนักกีฬา อย่างสมัยนั้น ถ้าอุ๋ยจะไปฝึกหัดเล่นตามโต๊ะ ก็จะมีสายตาที่มองมาว่า “เราเป็นเด็กผู้หญิง เข้าไปในโต๊ะสนุ๊กฯ ได้อย่างไร” เขาก็มองเราไม่ค่อยดี”

หญิงไทยคนแรกในครูซิเบิล
แม้การเป็น ผู้ตัดสินสนุกเกอร์ อาจไม่ใช่ความตั้งใจแรกหากย้อนกลับไปในวันที่เริ่มต้นจับไม้สนุกเกอร์ แต่อย่างน้อยในวันนี้ การได้มาทำหน้าที่ผู้ตัดสินสนุกเกอร์ กลับยิ่งเติมเต็มความสุขของเธอที่มี เป็นโลกอีกใบ ที่นอกเหนือจากงานหลักที่เธอประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับไอที

“น่าจะประมาณ 10 เกมแล้วที่ Ui ทำหน้าที่มา ฟีดแบกค่อนข้างดีมาก เพราะว่านักกีฬาผู้ชาย เวลาเห็นกรรมการผู้หญิง เขาจะมีรอยยิ้มไม่ตึงเครียดมาก บรรยากาศดูซอฟท์ลง รวมถึงการได้ทำงานตรงนี้ ยังช่วยให้ อุ๋ย เป็นคนที่มีสมาธิ วางแผนรอบคอบ ในการใช้ชีวิตประจำวัน”
“ในแวดวงผู้ตัดสินบ้านเรา ตอนนี้ที่ผ่านการอบรม มีอยู่ประมาณ 30-40 คน ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อแมตช์การแข่งขันในประเทศ แต่ถ้าต้องการไปตัดสินแมตช์ใหญ่ๆ ในต่างประเทศ ต้องไปสอบให้ได้ตราที่แบ่งตามระดับ อย่างตัวอุ๋ย ตอนนี้ยังไม่สามารถไปตัดสินต่างประเทศได้ ส่วนรุ่นพี่บางคนที่เขาสอบผ่านได้ตรา ก็สามารถไปตัดสินต่างประเทศได้”

“เพราะความหวัง ความใฝ่ฝันของอุ๋ย อยากพัฒนาขึ้นไปถึงจุดที่สามารถ เป็นผู้ตัดสิน ให้กับพวกนักสนุ๊กฯ มือระดับโลกให้ได้ แต่กว่าจะถึงจุดนั้น ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้าน ซึ่งในอนาคต หากมีโอกาส อุ๋ย มีความตั้งใจที่อยากไปอบรมและสอบในต่างประเทศ”

“Ui ตั้งเป้าหมายไว้ถึงจุดที่ ตัวเองเป็นผู้หญิงไทยที่ได้ตัดสินในครูซิเบิล เธียร์เตอร์ ด้วยซ้ำ ส่วนจะได้ไปหรือไม่นั้น ก็เป็นอีกเรื่อง”

สนุกเกอร์ ในวันนี้จึงมีความหมายต่อ ศรันยา สุขทอง มากขึ้นกว่าแค่เป็นกีฬาที่เธอรัก แต่นี่ยังเป็นกีฬาที่มอบโอกาสให้เธอได้พบกับ ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่สามารถหาได้จากการเป็น ผู้ชม และผู้เล่น อย่างการเป็น ผู้ตัดสิน
ที่เธอพร้อมจะขีดเขียนเรื่องราวใหม่ และหวังสร้างประวัติศาสตร์เป็น ผู้ตัดสินหญิงไทยคนแรก ในสังเวียนสนุกเกอร์ที่ยิ่งใหญ่สุดในโลกอย่าง ครูซิเบิล เธียร์เตอร์ ในสักวันหนึ่ง

“Ui ยังมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่กับ สนุกเกอร์ ไม่ว่าจะบทบาท นักกีฬา ผู้ตัดสิน หรือคนดู Ui เอาความสุขเป็นที่ตั้ง ถ้าตราบใดที่สนุกเกอร์ยังเป็นความสุขของเรา เราก็ยังอยากทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับกีฬาชนิดนี้อยู่”

“สนุกเกอร์ มันมากกว่าแค่ความชอบ แต่มันคือความรัก ที่อะไรก็ช่าง อุ๋ย ขอแค่มีสนุกเกอร์อยู่ในชีวิตประจำวันก็พอ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/sport/834551/

ใส่ความเห็น